WE ARE COMSEVEN

เกี่ยวกับเรา

บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)  ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าไอที ประเภทคอมพิวเตอร์แล็บท็อป คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ โทรศัพท์เคลื่อนที่  แท็บเล็ต สินค้า IT และอุปกรณ์เสริมต่างๆ  ผ่านช่องทางการจำหน่ายหลัก รวมทั้งให้บริการศูนย์ซ่อมผลิตภัณฑ์ Apple โดยในปี 2560 – 2562 บริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวนสาขา รวมทั้งสิ้น สาขา 368 สาขา 553 สาขา และ 787 สาขาตามลำดับ

ธุรกิจหลักของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

  1. ร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นวีดิโอเกม และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้าน BaNANA
  2. ร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple ภายใต้ชื่อร้าน Studio 7
  3. ร้านจำหน่ายสินค้าประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริม (“Mobile”)
    1. ร้าน BaNANA Mobile
    2. ร้าน BKK
    3. ร้าน Kingkong Phone
    4. ร้าน Samsung Shop
    5. ร้าน Oppo Shop
    6. ร้าน Huawei Shop
    7. ร้าน Vivo Shop
    8. ร้าน Xiaomi Shop
  4. ร้านให้บริการ TRUE by Com7
  5. ธุรกิจแฟรนไชส์ ร้าน BaNANA
  6. ศูนย์ซ่อมและบริการสินค้าแบรนด์ Apple ได้แก่ร้าน iCare
  7. ร้านขายกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์เสริม Shot Pro
  8. ร้าน Bb และ B-Play จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับ IOT แก้ดเจ็ต และอุปกรณ์เสริมต่างๆ
  9. ให้บริการออกแบบ จัดหา ติดตั้งและดูแลระบบ IT ให้กับลูกค้าองค์กร

ปัจจุบันบริษัทและบริษัทย่อยประกอบธุรกิจดังต่อไปนี้

  1. บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) (บริษัท) ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าไอทีและการให้บริการซ่อมแซมสินค้าและขยายธุรกิจแฟรนไชส์ให้กับนักลงทุนเพื่อมาร่วมเป็น Partner กับบริษัทฯ
  2. บริษัท โนวัสอินทิเกรชั่น จำกัด (โนวัส) ประกอบธุรกิจวางแผน จำหน่ายอุปกรณ์ และระบบ IT สำหรับลูกค้าองค์กร
  3. บริษัท บานาน่า กรุ๊ป จำกัด (บานาน่ากรุ๊ป) ประกอบธุรกิจการนำเข้าและขายส่งสินค้าโทรคมนาคม
  4. บริษัท ไอเทค ซอฟท์แวร์ จำกัด (ไอเทค) ประกอบธุรกิจให้บริการรับเขียนโปรแกรมเชิงพาณิชย์
  5. บริษัท ดับเบิ้ลเซเว่น จำกัด (ดับเบิ้ลเซเว่น) ประกอบธุรกิจบริหารการจัดการร้าน TRUE by Com7

OUR HISTORY

ความเป็นมา

บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ประกอบธุรกิจหลักในการค้าปลีกสินค้าไอที เช่น คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์แบบพกพา โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ตและอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ทันสมัยอีกมากมาย โดยในปี 2539 บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจจากการเป็นร้านค้าปลีกสินค้าไอทีในห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ซึ่งกลุ่มผู้ก่อตั้งได้เล็งเห็นถึงโอกาสของการเติบโตในธุรกิจสินค้าไอที ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรที่เข้าถึงการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไม่ถึงร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ กลุ่มผู้ก่อตั้งจึงได้รวมตัวกันก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 เพื่อจำหน่ายสินค้าไอทีในลักษณะค้าส่งให้กับร้านค้าทั่วประเทศซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัทในขณะนั้น รวมทั้งขายปลีกผ่านหน้าร้านของตัวเองภายในห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ต่อมาผู้บริหารของบริษัทเห็นว่าธุรกิจขายปลีกสินค้าไอทีมีโอกาสในการเติบโต และมีข้อดีมากกว่าการขายส่งจึงได้ปรับนโยบายการทำธุรกิจของบริษัทให้เน้นการขายปลีกมากกว่าขายส่ง โดยการเพิ่มจำนวนร้านค้าปลีกให้มากยิ่งขึ้น ผ่านการขยายสาขาร้านค้าของบริษัทไปยังศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าต่างๆ

ปัจจุบันแบ่งธุรกิจได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. RETAIL ธุรกิจค้าปลีก
ปัจจุบันบริษัทมีสาขาครอบคลุม 75 จังหวัด จาก 77 จังหวัดในนามของชื่อร้าน BaNANA, Studio7, BKK, KingKong Phone, Bb,BPlay และ Brand Shop แบ่งเป็น 4 ลักษณะคือ ร้านค้าที่ขายสินค้าไอทีและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ร้านค้าที่ขายสินค้าแบรนด์ Apple ร้านค้าที่เน้นขายโทรศัพท์เคลื่อนที่และร้านค้าแบรนด์ช็อปอื่นๆ โดยร้านค้าของบริษัทรูปแบบต่างๆ มีลักษณะและประวัติความเป็นมา ดังต่อไปนี้

(1) ร้านขายสินค้าไอทีและโทรศัพท์เคลื่อนที่ – จากนโยบายของบริษัทในปี 2552ที่ต้องการเพิ่มช่องทางการขายปลีกไปยังศูนย์การค้าต่างๆ บริษัทได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ร้านค้าขายสินค้าไอที ซึ่งในขณะนั้นมีอยู่ประมาณ 100 สาขาและแต่ละร้านมีชื่อที่หลากหลาย ให้เปลี่ยนมาใช้ชื่อเดียวกันทั้งหมดภายใต้ชื่อ BaNANA ซึ่งนับเป็นการสร้างแบรนด์ของบริษัทให้ง่ายต่อการจดจำ รวมทั้งปรับภาพลักษณ์และบรรยากาศภายในร้านให้การเลือกซื้อสินค้าไอทีเป็นเรื่อง “ง่าย ง่าย” สำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย และรองรับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นสุภาพสตรีที่มีแนวโน้มในการใช้งานสินค้าไอทีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ปี 2561 มีการเปิดตัวระบบร้านค้าเครือข่าย (Franchise) ภายใต้ชื่อ “BaNANA” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เน้นตลาดต่างจังหวัดในพื้นที่อำเภอรอง ที่ยังไม่มีสาขาของบริษัท บริษัทจะช่วยสนับสนุนระบบบริหารการจัดการและจัดส่งสินค้าไอทีให้ทั้งหมด บริษัทมีเป้าหมายที่จะผลักดันยอดขายให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และในปีเดียวกันบริษัทได้เปิดตัว “BaNANA Outlet” แลนด์มาร์คไอทีลดราคาที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ณ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์
(2) ร้านขายสินค้าแบรนด์ Apple – สินค้าของ Apple ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และสินค้าไอทีนับตั้งแต่การเปิดตัวเครื่องเล่นเพลง iPod ในปี 2544 ต่อเนื่องมาถึงการเปิดตัว iPhone และ iPad ในปี 2550 และ 2553 ตามลำดับ ส่งผลให้การใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินค้าแบรนด์ Apple บริษัทได้เข้าทำสัญญาเป็น Authorized Resellerกับ Apple South Asia (Thailand) Ltd. (Apple) ในปี 2548 เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple ภายใต้ชื่อร้าน Studio7 และสำหรับร้าน U-Store เป็นร้านขายสินค้าแบรนด์Apple ที่เปิดภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple ให้กับนักเรียนและนักศึกษามหาวิทยาลัย
(3) ร้านค้าที่เน้นขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ – บริษัทได้เล็งเห็นถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้สินค้าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ในปี 2556 บริษัทจึงได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าประเภทสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตโดยเฉพาะภายใต้ชื่อร้าน “BaNANA Mobile” เพื่อให้ลูกค้าจำแนกและจดจำแบรนด์ของร้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และขยายสาขาเพิ่มเติมไปยังจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ
ปี 2559 บริษัทได้ซื้อทรัพย์สินของบริษัท บางกอก เทเลคอม 999 จำกัด ร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริม ภายใต้แบรนด์ “BKK” จำนวน44 สาขา เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าอีกทางหนึ่ง
ปี 2561 บริษัท บานาน่า กรุ๊ป จำกัด (บริษัทย่อย) ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท ดีเอ็นเอ รีเทลลิ้งค์ จำกัด เพื่อขยายกิจการจำหน่ายเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดภายใต้แบรนด์ “KingKong Phone”จำนวน 95 สาขา
(4) ร้านแบรนด์ช็อป – บริษัทยังมีร้านค้าแบรนด์ช็อปอื่นๆ เช่น Samsung Shop, Oppo Shop, Huawei Shop Vivo Shopและ Xaiomi Shop ซึ่งร้านค้าแบรนด์ช็อปต่างๆ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเจ้าของแบรนด์ทั้งการขยายสาขา และการจัดรายการส่งเสริมการขายต่างๆ โดยร้านค้าแบรนด์ช็อปเหล่านี้ ส่งผลดีต่อทั้งบริษัทและแบรนด์สินค้า ทั้งในด้านของความน่าเชื่อถือ และการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ
2. ธุรกิจเชิงพาณิชย์และลูกค้าองค์กร (B2B)
การขายให้ลูกค้าที่เป็นองค์กรรวมที่เป็นสถาบันการศึกษา บริษัทเรียกธุรกิจนี้ว่า Commercial และ Education คือการขายตรงไปยังบริษัททั่วไปที่เป็นนิติบุคคล รวมถึงมหาวิทยาลัย และโรงเรียนต่างๆจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของสินค้าไอทีที่มีประสิทธิภาพและความซับซ้อนมากขึ้น ภาคธุรกิจและการศึกษาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาและปรับปรุงอุปกรณ์รวมถึงเทคโนโลยีให้ทันสมัย โดยบริษัทมองเห็นความต้องการดังกล่าวในทุกหน่วยงาน เช่น ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ หรือองค์กรของภาครัฐ บริษัทจึงได้จัดตั้งและมอบหมายให้บริษัท โนวัสอินทิเกรชั่น จำกัดซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ให้บริการแก่ภาคธุรกิจข้างต้น มุ่งเน้นในภาคธุรกิจ SMEs โดยอำนวยความสะดวกในการจัดหาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านอุปกรณ์ ระบบ โปรแกรมและโซลูชั่นโดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและช่วยเหลือให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ทางด้านการจำหน่ายโปรแกรมของบริษัท โนวัสอินทิเกรชั่น จำกัด ยังได้ร่วมมือกับบริษัท ไอเทค ซอฟท์แวร์ จำกัด(บริษัทย่อย)ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการด้านซอฟท์แวร์ เช่น โปรแกรมสำเร็จรูป และเขียนโปรแกรมตามความต้องการของลูกค้า
3. ธุรกิจบริการ(Service)
บริการหลังการขายของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ ศูนย์ซ่อมและบริการสินค้า Apple ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “iCare” และร้านให้บริการ TRUE Shop ภายใต้ชื่อ “TRUEby Com7” โดยร้านค้าแต่ละลักษณะมีประวัติความเป็นมาดังนี้
(1) ศูนย์ซ่อมและบริการสินค้า Apple- เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าศูนย์ซ่อมและบริการสินค้า Apple ในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก Apple ยังมีจำนวนน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการในปี 2555 บริษัทได้เข้าทำสัญญาเป็น Apple Authorized Service Provider กับ Apple South Asia (Thailand) Ltd. เพื่อเปิดศูนย์ซ่อมและบริการสินค้า Apple ภายใต้ชื่อ “iCare” เพื่อให้บริการซ่อมแซมสินค้าแบรนด์ Apple ทั้งที่อยู่ในประกันและนอกประกันซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและไว้วางใจในการซื้อสินค้าแบรนด์ Apple จากบริษัทณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทมีศูนย์ iCare จำนวน26สาขา ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการที่มีจำนวนสาขาศูนย์บริการ iCare ที่ได้รับการรับรองจาก Apple มากที่สุดในประเทศไทย
(2) ร้านให้บริการ TRUE by Com7 – จากความสัมพันธ์อันดีของผู้บริหารระหว่างบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)“TRUE” กับบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) “Com7” รวมทั้งการได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ร่วมกันจากการร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ บริษัทได้รับสิทธิในการบริหารร้าน TRUE Shop (สัญญา) จากบริษัท ทรูดิสทรีบิวชั่นแอนด์เซลส์ จำกัด (TDS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TRUE ณ วันที่ 26 เมษายน 2559 เพื่อรับมอบสิทธิ์ในการร่วมบริหารจัดการร้าน โดยบริษัททำหน้าที่ขายสินค้าและบริการในร้าน TRUE Shop ที่ได้รับสิทธิจาก TDS ภายใต้ชื่อ TRUE by Com7 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารวมทั้งเสริมสร้างช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าไอทีเพิ่มเติมอีกช่องทางหนึ่งในสถานที่ตามห้างสรรพสินค้า Big C, Tesco Lotus, Robinson และ ห้างท้องถิ่น ซึ่งมีเนื้อที่ของสาขาโดยประมาณ 6 – 260 ตร.ม.โดยได้รับสิทธิการบริหารจัดการในระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้ได้มีการต่อสัญญารอบใหม่ไปในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา
4. ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์(Online)
จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น บริษัทจึงจัดตั้งช่องทางการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ภายใต้ชื่อ www.bnn.in.th ซึ่งการทำธุรกิจออนไลน์ได้เข้ามาเสริมธุรกิจหลักของหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ในการซื้อสินค้าที่สะดวกสบายมากขึ้น จากเดิมที่เป็นการซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านเพียงช่องทางเดียวโดยการขายสินค้าออนไลน์จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกของบริษัทแข็งแรงขึ้น
www.bnn.in.th จัดจำหน่ายสินค้า อุปกรณ์ไอที สินค้า Apple สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตโน้ตบุ๊คแก็ดเจ็ต อุปกรณ์เสริม คอมพิวเตอร์ประกอบ สมาร์ทวอช รวมทั้งอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ ทันสมัยอีกมากมาย ด้วยสินค้ามากมายกว่า 7,000 รายการ มากกว่า 40 ประเภทสินค้า และ 100 แบรนด์สินค้าระดับโลก ทั้ง Apple, Asus, Acer, Toshiba, Dell, Samsung, Lenovo, Microsoft, HP, JBL และอีกมากมาย จากผู้จัดจำหน่ายชั้นนำระดับประเทศ
โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562